Browse By

Tag Archives: พรีเมียร์ลีก

อาร์เซนอลบุกเชือด บอร์นมัธ 3-2

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมนี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เมื่อ บอร์นมัธ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ อาร์เซนอล และกลายเป็นหนึ่งในแมตช์ที่เร้าใจที่สุดของสัปดาห์ ด้วยรูปเกมที่พลิกไปพลิกมา ก่อนจะจบลงด้วยชัยชนะสุดดราม่าของทีมเยือน 3-2 ผลการแข่งขันนัดนี้ไม่ได้มีแค่ความตื่นเต้นในแง่สกอร์ แต่ยังเต็มไปด้วยรายละเอียดเชิงแท็กติก จิตวิทยา และจังหวะชี้ขาดที่สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างทีมที่ “กำลังลุ้นแชมป์” กับทีมที่ “ต้องการทุกแต้มเพื่อความอยู่รอด” บริบทก่อนเกม: เป้าหมายต่าง แต่ความสำคัญเท่ากัน ก่อนเริ่มเกม อาร์เซนอลอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถพลาดแต้มได้ หากยังต้องการรักษาโอกาสในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ทุกเกมคือรอบชิงชนะเลิศย่อย ๆ ขณะที่บอร์นมัธแม้จะไม่ได้กดดันในระดับเดียวกัน แต่การเล่นในบ้านและการเจอกับทีมใหญ่ คือโอกาสสำคัญในการสร้างความได้เปรียบและเพิ่มความมั่นใจให้ทีม จากมุมมองการวิเคราะห์ก่อนแข่ง หลายฝ่ายคาดว่าอาร์เซนอลจะครองบอลและเดินเกมบุก ส่วนบอร์นมัธจะใช้เกมรับที่รัดกุมและอาศัยจังหวะสวนกลับ ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับการประเมินเกมเชิงระบบที่แฟนบอลจำนวนมากใช้ รวมถึงแนวคิดการอ่านเกมที่พบได้ในแพลตฟอร์มอย่าง เล่นคาสิโนออนไลน์กับ ยูฟ่าเบท เว็บตรง มั่นคง ปลอดภัย ระบบทันสมัยที่สุด สมัครง่าย ไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดทุกวัน ให้ความสำคัญกับแรงจูงใจและสถานการณ์ของทีมเป็นหลัก

ไบรท์ตัน 2-0 เบิร์นลี่ย์ เกมแท็กติกชัด ผลลัพธ์ตามแผน

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงเดินหน้าอย่างเข้มข้น และหนึ่งในเกมที่สะท้อนภาพของ “ฟุตบอลที่มีระบบ” ได้อย่างชัดเจน คือแมตช์ที่ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน เปิดบ้านเอาชนะ เบิร์นลี่ย์ ไปด้วยสกอร์ 2-0 ชัยชนะนัดนี้อาจดูไม่หวือหวาในแง่จำนวนประตู แต่หากมองลึกลงไปในรายละเอียด จะเห็นได้ชัดว่าเป็นเกมที่ไบรท์ตันควบคุมสถานการณ์ได้แทบทั้งหมด ตั้งแต่แผนการเล่น การคุมจังหวะ ไปจนถึงการปิดเกมอย่างมีวินัย บริบทก่อนเกม: เป้าหมายต่าง เส้นทางต่าง ก่อนเริ่มเกมนี้ ไบรท์ตันอยู่ในช่วงที่ต้องการความสม่ำเสมอเพื่อรักษาพื้นที่กลางตารางและลุ้นขยับอันดับขึ้นไปลุ้นโควตาฟุตบอลยุโรปในระยะยาว ขณะที่เบิร์นลี่ย์ยังคงเผชิญภารกิจหนักในการดิ้นรนหนีโซนท้ายตาราง ทุกแต้มมีความหมายต่อความอยู่รอด ด้วยเหตุนี้ รูปเกมก่อนแข่งถูกคาดหมายว่าไบรท์ตันจะเป็นฝ่ายครองบอลและเดินเกมบุก ส่วนเบิร์นลี่ย์น่าจะมาเน้นเกมรับ รอจังหวะสวนกลับ ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองการวิเคราะห์ก่อนเกมที่แฟนบอลจำนวนมากประเมินไว้ รวมถึงแนวคิดการประเมินเกมเชิงระบบที่มักถูกพูดถึงในแพลตฟอร์มอย่าง เล่นคาสิโนออนไลน์กับ ยูฟ่าเบท เว็บตรง มั่นคง ปลอดภัย ระบบทันสมัยที่สุด สมัครง่าย ไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดทุกวัน ซึ่งให้ความสำคัญกับรูปแบบการเล่นและแรงจูงใจของแต่ละทีม

เกมพรีเมียร์ลีก แอสตัน วิลล่า 3-1 ฟอเรสต์

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงเต็มไปด้วยความเข้มข้น และหนึ่งในเกมที่น่าสนใจของสัปดาห์นี้คือแมตช์ที่ แอสตัน วิลล่า เปิดบ้านเอาชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ไปด้วยสกอร์ 3-1 ผลการแข่งขันนัดนี้ไม่ได้สะท้อนแค่ตัวเลขบนสกอร์บอร์ดเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นถึงความแตกต่างด้านแท็กติก คุณภาพผู้เล่น และความเฉียบคมในช่วงเวลาสำคัญของเกม บทความนี้จะพาคุณย้อนดูเกมแบบละเอียด วิเคราะห์จุดเปลี่ยน รูปเกม แผนการเล่นของทั้งสองทีม รวมถึงผลกระทบต่อเส้นทางในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ บริบทก่อนเกม: เป้าหมายที่ต่างกัน แต่แรงจูงใจไม่ต่าง ก่อนเกมนี้ แอสตัน วิลล่าอยู่ในช่วงฟอร์มค่อนข้างมั่นคง โดยมีเป้าหมายชัดเจน ในการลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรป ขณะที่น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ยังคงต้องดิ้นรนเพื่อเก็บแต้ม หนีโซนท้ายตาราง แรงกดดันจึงตกอยู่กับทีมเยือนมากกว่า แต่ในขณะเดียวกันก็ ทำให้ฟอเรสต์ต้องมาเล่นด้วยความรัดกุมและเน้นผลการแข่งขันเป็นหลัก ฝั่งเจ้าบ้าน เกมนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการตอกย้ำความแข็งแกร่งในบ้าน และรักษาโมเมนตัมเชิงบวก ซึ่งเป็นปัจจัยที่หลายคนจับตามองผ่านการวิเคราะห์ก่อนเกม รวมถึงการประเมินแนวโน้มการแข่งขันในแพลตฟอร์มอย่าง สนใจเริ่มต้นเดิมพันออนไลน์กับเว็บตรง สมัคร UFABET วันนี้

“กฎเวนเกอร์” คืออะไร? ปฏิวัติล้ำหน้าที่อาจเปลี่ยนโลก

กฎเวนเกอร์ คืออะไร? ในบรรดาการเปลี่ยนแปลงกติกาฟุตบอลตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา มีน้อยครั้งที่ “แนวคิดหนึ่ง” จะถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ทั้งในหมู่โค้ช นักเตะ ผู้ตัดสิน และแฟนบอลทั่วโลก เทียบเท่ากับสิ่งที่ถูกเรียกกันติดปากว่า “กฎเวนเกอร์” กฎล้ำหน้าแนวคิดใหม่ที่ถูกเสนอโดย Arsène Wenger และได้รับการสนับสนุนในระดับนโยบายจาก FIFA จุดเริ่มต้นของ “กฎเวนเกอร์” อาร์แซน เวนเกอร์ ไม่ได้เป็นเพียงอดีตกุนซือระดับตำนาน แต่ยังเป็นนักคิดด้านฟุตบอลที่มองเกมในมุมโครงสร้างและความยุติธรรม หลังจากเข้ามามีบทบาทกับ FIFA ในฐานะหัวหน้าฝ่ายพัฒนาฟุตบอลระดับโลก เวนเกอร์ได้ชี้ให้เห็นปัญหาใหญ่ของฟุตบอลยุค VAR นั่นคือ กฎล้ำหน้าที่ “แม่นยำเกินไป” จนทำลายอารมณ์ของเกม เขาให้เหตุผลว่า ฟุตบอลควรเป็นเกมที่ได้เปรียบเชิงรุก ไม่ใช่เกมที่ตัดสินกันด้วยปลายรองเท้าหรือหัวไหล่ที่ล้ำไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิด “กฎเวนเกอร์” กฎเวนเกอร์คืออะไร? อธิบายแบบเข้าใจง่าย หัวใจของกฎเวนเกอร์ คือแนวคิดที่ว่า หากร่างกายของกองหน้ามีส่วนใดส่วนหนึ่งอยู่ในแนวเดียวกับกองหลังคนสุดท้าย จะไม่ถือว่าล้ำหน้า ต่างจากกฎปัจจุบันที่หากมี “ส่วนใดส่วนหนึ่ง”

ภาพรวมของการแข่งขัน ฟุตบอล: มากกว่าเกมกีฬา

ฟุตบอล เป็นกีฬาที่เรียบง่ายในกติกา แต่ซับซ้อนในรายละเอียด การแข่งขันหนึ่งนัดประกอบด้วยผู้เล่น 22 คน ผู้ตัดสิน และกองเชียร์นับหมื่น แต่สิ่งที่ทำให้เกมแตกต่างกันไปในแต่ละนัดคือ “บริบท” ไม่ว่าจะเป็นความสำคัญของเกม สถานการณ์ในตารางคะแนน ฟอร์มก่อนหน้า หรือแม้แต่สภาพอากาศ สิ่งเหล่านี้ล้วนกำหนดแนวโน้มของเกมตั้งแต่นาทีแรกที่เริ่มเขี่ยบอล การแข่งขันระดับสูงมักไม่ได้เปิดเกมแลกกันแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง ทีมจะเริ่มจากการอ่านเกม คุมจังหวะ และทดสอบกันไปมา การครองบอลอาจไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอไป ในขณะที่ทีมที่เน้นรับลึกและสวนกลับอาจสร้างโอกาสจบสกอร์ได้เฉียบคมกว่า นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้การแข่งขันฟุตบอลยังคงได้รับความนิยมทั่วโลก แท็กติกและแผนการเล่น: หัวใจของชัยชนะ 1. ระบบการเล่น (Formation) ระบบการเล่นเป็นโครงสร้างพื้นฐานของทีม เช่น 4-3-3, 4-2-3-1, 3-5-2 หรือ 5-4-1 แต่ละระบบมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน อย่างไรก็ตาม แผนบนกระดาษเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แท็กติกจริงจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ในสนาม เช่น เมื่อขึ้นนำอาจถอยไปรับลึก หรือเมื่อเป็นรองอาจดันไลน์สูงเพื่อกดดัน 2. แผนเพรสซิ่งและการยืนตำแหน่ง ฟุตบอลยุคใหม่ให้ความสำคัญกับ “การเพรสซิ่ง”

อันดับ 4 ที่มีความหมาย เชลซี บนเส้นทางท้าทายพรีเมียร์ลีก

การที่ เชลซี รั้งอันดับ 4 ของตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในช่วงเวลานี้ อาจถูกมองได้หลายแง่มุม บางคนมองว่านี่คือสัญญาณของการฟื้นคืนความยิ่งใหญ่ ขณะที่อีกหลายเสียงยังคงตั้งคำถามว่า อันดับดังกล่าวสะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของทีม หรือเป็นเพียงผลลัพธ์ชั่วคราวจากช่วงฟอร์มที่เข้าที่เข้าทางเท่านั้น บทวิเคราะห์นี้จะพาไปเจาะลึกความหมายของ “อันดับ 4” ในมิติที่มากกว่าตัวเลขบนตารางคะแนน พร้อมประเมินเส้นทางของเชลซีในฤดูกาลนี้อย่างรอบด้าน อันดับ 4: ตัวเลขที่ไม่ธรรมดา ในพรีเมียร์ลีก การอยู่ในกลุ่มท็อปโฟร์ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะหมายถึงการยืนอยู่ในกลุ่มหัวตารางของลีกที่ขึ้นชื่อว่าหินที่สุดในโลก เชลซีในฤดูกาลนี้สามารถรักษามาตรฐานการเก็บแต้มได้อย่างต่อเนื่องในระดับหนึ่ง จนขยับขึ้นมายึดอันดับ 4 ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับฤดูกาลก่อนๆ ที่ทีมมักหลุดจากโซนลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรป อย่างไรก็ตาม อันดับ 4 ก็เป็นตำแหน่งที่เปราะบางที่สุดเช่นกัน เพราะความต่างของคะแนนกับทีมอันดับ 5 หรือ 6 มักไม่มากนัก เพียงสะดุดไม่กี่เกม ก็อาจหลุดจากพื้นที่เป้าหมายได้ทันที นี่จึงเป็นบททดสอบสำคัญว่า เชลซีจะสามารถรักษาความสม่ำเสมอได้ยาวแค่ไหน ฟอร์มการเล่นที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เห็นได้ชัดจากเชลซีในฤดูกาลนี้

มาเรสกา เปิดใจ ทำไมเชลซีวันนี้ยังไม่ใช่ทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

แม้ชื่อชั้นของสโมสรจะยิ่งใหญ่ มีประวัติศาสตร์ความสำเร็จมากมาย และใช้งบประมาณในการเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง แต่ในมุมมองของ เอ็นโซ มาเรสกา กุนซือใหญ่ของ เชลซี กลับมองสถานการณ์ของทีมในปัจจุบันอย่างตรงไปตรงมา โดยยอมรับแบบไม่อ้อมค้อมว่า เชลซียังไม่ใช่ทีมที่พร้อมจะก้าวขึ้นไปลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างแท้จริง คำพูดนี้อาจฟังดูขัดกับความคาดหวังของแฟนบอล แต่หากพิจารณาอย่างลึกซึ้ง ก็สะท้อนถึงการประเมินทีมตามความเป็นจริงมากกว่าคำโฆษณาชวนฝัน บทวิเคราะห์นี้จะพาไปเจาะลึกเหตุผลสำคัญที่มาเรสกามองว่า “สิงห์บลูส์” ยังขาดบางอย่างในการเป็นทีมลุ้นแชมป์ ตั้งแต่โครงสร้างทีม ประสบการณ์ ความสม่ำเสมอ ไปจนถึงรายละเอียดเล็กๆ ในสนามที่แยกทีมแชมป์ออกจากทีมที่ยังอยู่ระหว่างการสร้างตัว มุมมองของมาเรสกา: ความจริงสำคัญกว่าความฝัน นับตั้งแต่เข้ามารับงานคุมเชลซี มาเรสกาพยายามสื่อสารกับแฟนบอลอย่างชัดเจนว่า เขาไม่ต้องการสร้างความคาดหวังเกินจริง แม้ผลงานบางนัดจะดูน่าประทับใจ แต่ฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีกต้องการความสม่ำเสมอในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่เชลซียังทำไม่ได้อย่างต่อเนื่อง มาเรสกาเน้นย้ำว่า ทีมของเขายังอยู่ในช่วง “พัฒนา” มากกว่าช่วง “เก็บเกี่ยวความสำเร็จ” และการยอมรับจุดนี้คือก้าวแรกของการเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ไม่ใช่การหลอกตัวเองด้วยชัยชนะเพียงไม่กี่เกม โครงสร้างทีมที่ยังอายุน้อยเกินไป หนึ่งในเหตุผลหลักที่มาเรสกาพูดถึงเสมอ คืออายุเฉลี่ยของนักเตะในทีม เชลซีชุดปัจจุบันเต็มไปด้วยผู้เล่นดาวรุ่งที่มีพรสวรรค์สูง แต่ประสบการณ์ในเกมระดับกดดันสูงยังมีจำกัด การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกต้องเผชิญกับแรงกดดันตลอดฤดูกาล ตั้งแต่โปรแกรมถี่ อาการบาดเจ็บ

เอ็นโซ่ เปิดใจหลังเจ็บ! ย้ำยังพร้อมเดินหน้าต่อ

เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ หลังจากเชลซีเปิดบ้านระเบิดฟอร์มเก่งไล่ถล่มวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์สไปแบบเหนือชั้น 3–0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หนึ่งในประเด็นที่แฟนบอลพูดถึงกันมากที่สุดคืออาการบาดเจ็บของเอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ มิดฟิลด์ตัวสำคัญของทีม ซึ่งถูกถอดออกในช่วงครึ่งหลังของเกม ท่ามกลางความกังวลว่าอาจเป็นอาการเจ็บรุนแรงหรืออาจทำให้เขาต้องพักยาว แต่หลังเกม ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินาได้ออกมาพูดถึงอาการของตนเองอย่างชัดเจน พร้อมสร้างความโล่งใจให้แฟนบอลสิงห์บลูที่กำลังคึกหลังเห็นทีมโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในเกมนี้ แม้ผลการแข่งขันในสนามจะเป็นไปอย่างราบรื่น เชลซีคุมเกมได้ทั้งหมด ยิงได้สามประตูและเก็บคลีนชีตได้ไม่ยาก แต่เรื่องอาการเจ็บของเอ็นโซ่กลับกลายเป็นประเด็นใหญ่หลังจบเกม เพราะเขาคือแกนกลางที่ทำให้แผงมิดฟิลด์ของเชลซีมีความมั่นคง สมดุล และสร้างเกมรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดช่วงที่ผ่านมา ในเกมที่ผ่านมา เอ็นโซ่ทำหน้าที่เชื่อมเกมจากหลังขึ้นหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม การจ่ายบอลระยะกลางของเขาช่วยให้เชลซีสามารถพาบอลผ่านแดนกลางของวูล์ฟส์ได้หลายครั้ง อีกทั้งเขายังมีบทบาทสำคัญในจังหวะเพรสซิ่งและปิดพื้นที่ช่วงที่ทีมต้องการดึงจังหวะเกม การเล่นของเขาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของชัยชนะ 3–0 อย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 63 เขากลับล้มลงและจับบริเวณข้อเท้า ทำให้ทีมแพทย์เข้าสนามทันที แม้เขาจะพยายามลุกขึ้นและต้องการเล่นต่อ แต่ผู้จัดการทีม เอ็นโซ่ มาเรสก้า ไม่เสี่ยง และตัดสินใจเปลี่ยนตัวเขาออกทันทีเพื่อป้องกันปัญหาลุกลาม ความเงียบครู่หนึ่งในสนามทำให้แฟนบอลหลายคนรู้สึกไม่สบายใจ เพราะสิงห์บลูเพิ่งเริ่มมีความมั่นใจและเรียกฟอร์มกลับมาได้ดีในช่วงหลัง การเสียผู้เล่นหลักอย่างเอ็นโซ่ในช่วงที่ทีมกำลังลงตัว ถือเป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้องการ แต่หลังจบเกม

อาร์เตต้า ผิดหวัง! ย้ำอาร์เซน่อลควรเก็บสามแต้มเหนือซันเดอร์แลนด์

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อลออกอาการเสียดายอย่างชัดเจนหลังเกมพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุดที่ทีมของเขาทำได้เพียงเสมอกับซันเดอร์แลนด์ 1–1 ในเกมที่หลายฝ่ายมองว่า “ไอ้ปืนใหญ่” ควรเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะอย่างไม่ต้องลุ้น เพราะรูปเกมเหนือกว่าแทบทั้ง 90 นาที ทั้งการครองบอล การสร้างสรรค์โอกาส และการเข้าทำในพื้นที่สุดท้าย แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือประสิทธิภาพของการจบสกอร์ ซึ่งกลายเป็นจุดที่ทำให้อาร์เซน่อลต้องพลาดสามคะแนนราคาแพงในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของฤดูกาล เสียงสัมภาษณ์ของอาร์เตต้าหลังเกมเต็มไปด้วยความผิดหวังแต่ยังแฝงด้วยความมุ่งมั่น เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “เราควรชนะ เรามีโอกาสมากพอที่จะปิดเกมนี้ตั้งแต่ครึ่งแรกด้วยซ้ำ แต่เมื่อคุณทำประตูไม่ได้ ฟุตบอลก็ลงโทษคุณเสมอ” คำพูดนี้สะท้อนภาพรวมของการแข่งขันได้อย่างชัดเจน เพราะอาร์เซน่อลเล่นได้ดีกว่าในแทบทุกจังหวะ ยกเว้นจุดเดียวที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นดังที่ต้องการ นั่นคือการส่งบอลเข้าประตู ตั้งแต่นาทีแรกของเกม อาร์เซน่อลเริ่มต้นด้วยฟอร์มที่มั่นใจตามสไตล์ของทีมที่กำลังไล่ล่าตำแหน่งจ่าฝูง พวกเขาเปิดเกมรุกใส่ซันเดอร์แลนด์อยู่ฝ่ายเดียว แบ็กทั้งสองข้างเติมเกมสูง ปีกซ้ายขวาตัดเข้าในเพื่อทำลายแนวรับคู่แข่ง ขณะที่โอเดการ์ดและไค ฮาแวร์ตซ์ ช่วยกันขับเคลื่อนเกมแดนกลางได้อย่างยอดเยี่ยม การออกบอลของไอ้ปืนใหญ่เป็นไปอย่างไหลลื่นและมีระเบียบ สร้างความหนักใจให้แนวรับของซันเดอร์แลนด์อย่างมากตั้งแต่ช่วงต้นเกม ความกดดันที่ถาโถมอย่างต่อเนื่องทำให้โอกาสเกิดขึ้นอย่างไม่ขาดสาย ในระหว่าง 20 นาทีแรก อาร์เซน่อลมีโอกาสยิงมากกว่าห้าครั้ง ทั้งลูกยิงไกลของโอเดการ์ด จังหวะหลุดเดี่ยวของกาเบรียล เชซุส และลูกโหม่งของซาก้า แต่ทุกจังหวะกลับไม่ได้ประตู