Browse By

Monthly Archives: November 2025

สปัลเล็ตติย้ำ ยูเวนตุส ยังไม่สมบูรณ์ ชี้ต้องเร่งแก้จุดบกพร่อง

ฤดูกาลใหม่ของ ยูเวนตุส ภายใต้การนำของลูชาโน่ สปัลเล็ตติ กำลังเป็นหนึ่งในประเด็นที่วงการฟุตบอลอิตาลีจับตามองอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทิศทางการสร้างทีม ระบบการเล่นที่ต้องปรับให้เข้ากับนักเตะชุดปัจจุบัน หรือความคาดหวังจากแฟนบอลที่ต้องการเห็น “เบียงโคเนรี่” กลับไปเป็นผู้ล่าความสำเร็จเหมือนครั้งเก่า ล่าสุดสปัลเล็ตติออกมาเปิดเผยว่าทีมยังมีหลายจุดที่ต้องแก้ไข แม้ผลการแข่งขันหลายเกมที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ยังไม่ดีพอสำหรับการลุ้นแชมป์ระยะยาว ข้อความดังกล่าวสะท้อนภาพความเป็นจริงของทีมที่กำลังปรับตัวครั้งสำคัญ พร้อมตั้งคำถามสำคัญต่ออนาคตของยูเวนตุสภายใต้กุนซือมากประสบการณ์รายนี้ บทความนี้จะพาคุณไล่เรียงทุกแง่มุม ตั้งแต่สภาพทีม การปรับแท็กติก จุดที่สปัลเล็ตติมองว่ายังต้องแก้ไข รวมถึงการวิเคราะห์แนวโน้มในอนาคตว่าทีมจะสามารถกลับมาเป็นผู้ท้าชิงสคูเด็ตโต้ได้มากน้อยเพียงใด พร้อมเชื่อมโยงประเด็นการประเมินทีมในมุมของผู้เล่นและนักเดิมพัน ซึ่งหลายแพลตฟอร์มรวมถึง เล่นคาสิโนออนไลน์กับ ยูฟ่าเบท เว็บตรง มั่นคง ปลอดภัย ระบบทันสมัยที่สุด สมัครง่าย ไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดทุกวัน ให้ความสนใจเป็นพิเศษในการประเมินโอกาสความสำเร็จของยูเวนตุสฤดูกาลนี้ ภาพรวมยุคสปัลเล็ตติในทูริน – การเริ่มต้นที่ต้องใช้เวลา หลังจากเข้ามารับงานแทนบรรดากุนซือรุ่นก่อน สปัลเล็ตติรู้ดีว่านี่คือโครงการที่ต้องใช้ทั้งเวลาและความอดทน ยูเวนตุสเป็นทีมที่มีรากฐานแข็งแกร่ง แต่ผ่านช่วงหลายปีแห่งความผันผวนทั้งในและนอกสนาม การปรับทีมให้กลับมาสู่ระดับสูงสุดจึงไม่ใช่เรื่องทำได้ในชั่วข้ามคืน สิ่งที่เขานำเข้ามาคือระบบการเล่นที่ต้องอาศัยความเข้าใจสูง ทั้งการยืนตำแหน่งที่แม่นยำ เกมรุกที่ต้องการความคล่องตัว และเกมรับที่เน้นการบีบพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ นักเตะหลายคนยังอยู่ระหว่างการเรียนรู้บทบาทใหม่

ฮาร์กรีฟส์เชื่อมั่น! แมนฯ ยูไนเต็ด จะก้าวคว้าท็อปโฟร์

โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษและอดีตแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่า “ปีศาจแดง” ภายใต้การคุมทีมของเอริก เทน ฮาก กำลังก้าวเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง พร้อมย้ำหนักแน่นว่า ยูไนเต็ดมีศักยภาพดีพอที่จะไต่อันดับและคว้าตำแหน่งท็อปโฟร์ในฤดูกาลนี้ แฟนบอล แม้จะออกสตาร์ตแบบกระท่อนกระแท่นและต้องเผชิญความกดดันในหลายช่วงเวลา คำพูดของฮาร์กรีฟส์ไม่ใช่เพียงการให้กำลังใจสโมสรเก่าเท่านั้น แต่มีพื้นฐานจากผลการแข่งขันและพัฒนาการที่เกิดขึ้นจริงในสนาม เขาชี้ว่ามีหลายปัจจัยที่ทำให้มั่นใจว่า ยูไนเต็ดจะกลับมาเข้าที่เข้าทางในช่วงสำคัญของซีซั่น ทั้งระบบการเล่นที่เริ่มชัดเจนขึ้น ความมุ่งมั่นของนักเตะดาวรุ่ง และฟอร์มที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ของผู้เล่นตัวหลักที่เคยถูกวิจารณ์หนัก เสียงสนับสนุนจากอดีตนักเตะเช่นฮาร์กรีฟส์ยิ่งสะท้อนความคาดหวังของแฟนบอลที่ต้องการเห็นทีมกลับไปลุ้นพื้นที่แชมเปียนส์ลีกอีกครั้ง หลังจากหลายฤดูกาลที่ทีมมีผลงานผันผวน แต่ตอนนี้เริ่มมีสัญญาณว่า แมนฯ ยูไนเต็ดอาจกำลังกลับมาบนเส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง ฮาร์กรีฟส์ชี้ชัด “ทีมนี้กำลังดีขึ้นทุกสัปดาห์” ฮาร์กรีฟส์กล่าวถึงทีมเก่าว่า “ผมเห็นพัฒนาการในหลายด้าน ทั้งการเคลื่อนที่ ฟุตบอลไหลลื่นขึ้น ความกะตือรือร้นของผู้เล่นดีขึ้นมาก และผมมั่นใจว่าพวกเขาจะไปถึงท็อปโฟร์ได้” คำพูดนี้สะท้อนถึงภาพรวมของทีมแมนฯ ยูไนเต็ดในช่วงเดือนหลัง ที่ผลงานดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ในบางเกมทีมยังมีปัญหาการจบสกอร์ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ยูไนเต็ดเริ่มเล่นอย่างมีระบบมากกว่าในช่วงต้นฤดูกาล การเคลื่อนที่ของนักเตะในแนวรุกมีความสอดประสานมากขึ้น บรูโน่

เอ็นโซ่ เปิดใจหลังเจ็บ! ย้ำยังพร้อมเดินหน้าต่อ

เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ หลังจากเชลซีเปิดบ้านระเบิดฟอร์มเก่งไล่ถล่มวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์สไปแบบเหนือชั้น 3–0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หนึ่งในประเด็นที่แฟนบอลพูดถึงกันมากที่สุดคืออาการบาดเจ็บของเอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ มิดฟิลด์ตัวสำคัญของทีม ซึ่งถูกถอดออกในช่วงครึ่งหลังของเกม ท่ามกลางความกังวลว่าอาจเป็นอาการเจ็บรุนแรงหรืออาจทำให้เขาต้องพักยาว แต่หลังเกม ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินาได้ออกมาพูดถึงอาการของตนเองอย่างชัดเจน พร้อมสร้างความโล่งใจให้แฟนบอลสิงห์บลูที่กำลังคึกหลังเห็นทีมโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในเกมนี้ แม้ผลการแข่งขันในสนามจะเป็นไปอย่างราบรื่น เชลซีคุมเกมได้ทั้งหมด ยิงได้สามประตูและเก็บคลีนชีตได้ไม่ยาก แต่เรื่องอาการเจ็บของเอ็นโซ่กลับกลายเป็นประเด็นใหญ่หลังจบเกม เพราะเขาคือแกนกลางที่ทำให้แผงมิดฟิลด์ของเชลซีมีความมั่นคง สมดุล และสร้างเกมรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดช่วงที่ผ่านมา ในเกมที่ผ่านมา เอ็นโซ่ทำหน้าที่เชื่อมเกมจากหลังขึ้นหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม การจ่ายบอลระยะกลางของเขาช่วยให้เชลซีสามารถพาบอลผ่านแดนกลางของวูล์ฟส์ได้หลายครั้ง อีกทั้งเขายังมีบทบาทสำคัญในจังหวะเพรสซิ่งและปิดพื้นที่ช่วงที่ทีมต้องการดึงจังหวะเกม การเล่นของเขาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของชัยชนะ 3–0 อย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 63 เขากลับล้มลงและจับบริเวณข้อเท้า ทำให้ทีมแพทย์เข้าสนามทันที แม้เขาจะพยายามลุกขึ้นและต้องการเล่นต่อ แต่ผู้จัดการทีม เอ็นโซ่ มาเรสก้า ไม่เสี่ยง และตัดสินใจเปลี่ยนตัวเขาออกทันทีเพื่อป้องกันปัญหาลุกลาม ความเงียบครู่หนึ่งในสนามทำให้แฟนบอลหลายคนรู้สึกไม่สบายใจ เพราะสิงห์บลูเพิ่งเริ่มมีความมั่นใจและเรียกฟอร์มกลับมาได้ดีในช่วงหลัง การเสียผู้เล่นหลักอย่างเอ็นโซ่ในช่วงที่ทีมกำลังลงตัว ถือเป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้องการ แต่หลังจบเกม

อัลเลกรียอมรับ “เอซี มิลาน ทำแต้มหลุดมือไปเอง”

แม็กซ์ อัลเลกรี ผู้จัดการทีม เอซี มิลาน ออกมายอมรับด้วยความผิดหวังอย่างตรงไปตรงมาหลังเกมที่ปีศาจแดง-ดำทำได้แค่เสมอกับปาร์ม่า 2-2 ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นัดที่ควรเป็นโอกาสเก็บสามแต้มแบบไม่ต้องลุ้น เขาชี้ชัดว่า “เราโยนสองแต้มทิ้งไปเอง” พร้อมระบุว่า มิลานควรปิดเกมได้ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลัง แต่กลับขาดความนิ่งในช่วงเวลาสำคัญ ทำให้ต้องจบเกมด้วยผลเสมอที่ทำให้แฟนบอลผิดหวังอย่างมาก เกมนี้ถูกพูดถึงไม่น้อยในวงการฟุตบอลอิตาลี เพราะมิลานที่ครองบอลเหนือกว่า สร้างโอกาสมากกว่า กลับไม่สามารถคว้าชัยชนะเหนือทีมที่กำลังดิ้นรนหนีโซนตกชั้นอย่างปาร์ม่าได้ ทั้งที่นำอยู่ถึงสองครั้งสองครา แต่สุดท้ายกลับถูกตีเสมอในช่วงท้าย ทำให้ความมั่นใจของทีมเกิดคำถามมากมาย โดยเฉพาะในจังหวะเกมรับที่เล่นอย่างประมาทและขาดสมาธิในช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย อัลเลกรีออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่า ฟอร์มโดยรวมของทีม “ดีพอที่จะชนะ” แต่ปัญหาคือมิลานไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสที่มีให้กลายเป็นประตูเพิ่ม และในทางกลับกันกลับเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งใช้ความมุ่งมั่นและความดุดันฉวยโอกาสกลับมาตีเสมอได้ แมตช์ระหว่างปาร์ม่าและเอซี มิลานเริ่มต้นด้วยจังหวะเกมที่เร็วและดุดันตามสไตล์ของฟุตบอลอิตาลี เจ้าบ้านปาร์ม่าลงเล่นด้วยพลังจากเสียงเชียร์ในสนามที่เต็มความจุ พวกเขาพยายามสร้างแรงกดดันใส่มิลานตั้งแต่เริ่มแมตช์ แต่ด้วยเทคนิคและคุณภาพของมิลานที่เหนือกว่าเล็กน้อย ทำให้ทีมเยือนเริ่มคุมเกมได้อย่างมั่นคง และประตูแรกของเกมก็เกิดขึ้นจากการประสานงานที่ยอดเยี่ยมของโครนิกและเลเอาที่ฉีกแนวรับเจ้าบ้านจนพังลงในนาทีที่ 14 อย่างไรก็ดี ปาร์ม่าที่ถูกมองเป็นรองยังคงเล่นด้วยความมุ่งมั่น พวกเขาไม่ได้ถอยร่นหรือยอมจำนนต่อความเหนือกว่าของปีศาจแดง-ดำ ในหลายจังหวะ เจ้าบ้านสร้างโอกาสได้จากการสวนกลับเร็วที่อาศัยความผิดพลาดเล็ก ๆ

มาเรสก้า ย้ำชัด! เชลซีกำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ในช่วงเวลาที่แฟนบอลเชลซีทั่วโลกกำลังตั้งคำถามถึงความแน่นอนของทีมในฤดูกาลนี้ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียนออกมายืนยันหนักแน่นว่า “เชลซีกำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง” พร้อมชี้ว่าพัฒนาการด้านฟอร์มการเล่นที่เห็นได้ชัดในเดือนที่ผ่านมา คือหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าปรัชญาการทำทีมของเขากำลังเริ่มเข้าที่ และนักเตะกำลังตอบสนองระบบได้ดีขึ้นทุกสัปดาห์ คำพูดของมาเรสก้าไม่ได้เป็นเพียงถ้อยคำให้กำลังใจตัวเองหรือแฟนบอล แต่เป็นการสะท้อนความจริงที่เกิดขึ้นในสนามอย่างแท้จริง เชลซีในช่วงสัปดาห์หลัง ๆ แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในทิศทางบวก ทั้งการครองเกมที่มีประสิทธิภาพ การขึ้นบอลที่ไหลลื่นกว่าเดิม และความมั่นใจของนักเตะตัวหลักที่กลับมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโคล พัลเมอร์ ราฮีม สเตอร์ลิง มูดริก แถมแดนกลางอย่างเอ็นโซ่ เฟร์นานเดซก็กลับมาเล่นด้วยจังหวะที่คมชัดขึ้น มาเรสก้ามองว่า จุดสำคัญไม่ได้อยู่เพียงผลการแข่งขัน แต่อยู่ที่ “ทิศทาง” และ “ระบบ” ที่เริ่มชัดเจนขึ้นอย่างมาก เพราะเมื่อทีมมีแนวทางที่ถูกต้อง ผลการแข่งขันที่ดีจะตามมาเอง และสิ่งนี้คือแก่นสำคัญของฟุตบอลสมัยใหม่ ยุคเปลี่ยนผ่านที่ท้าทาย แต่สัญญาณดีเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่มาเรสก้าเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมเชลซี เขาต้องเจอกับแรงกดดันทันทีจากทั้งแฟนบอลและสื่อมวลชน เพราะทีมมีผลงานสวิงขึ้นลงอย่างหนัก ไม่สามารถรักษาความสม่ำเสมอได้ และยังมีช่วงที่เกมรุกดูฝืดจนเชลซีไม่สามารถทำประตูได้อย่างที่ควรจะเป็น กระนั้น เขายังคงยึดมั่นในปรัชญาฟุตบอลครองบอล บิลด์อัพจากแดนหลัง และเพรสซิ่งเป็นทีม

อาร์เตต้า ผิดหวัง! ย้ำอาร์เซน่อลควรเก็บสามแต้มเหนือซันเดอร์แลนด์

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อลออกอาการเสียดายอย่างชัดเจนหลังเกมพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุดที่ทีมของเขาทำได้เพียงเสมอกับซันเดอร์แลนด์ 1–1 ในเกมที่หลายฝ่ายมองว่า “ไอ้ปืนใหญ่” ควรเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะอย่างไม่ต้องลุ้น เพราะรูปเกมเหนือกว่าแทบทั้ง 90 นาที ทั้งการครองบอล การสร้างสรรค์โอกาส และการเข้าทำในพื้นที่สุดท้าย แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือประสิทธิภาพของการจบสกอร์ ซึ่งกลายเป็นจุดที่ทำให้อาร์เซน่อลต้องพลาดสามคะแนนราคาแพงในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของฤดูกาล เสียงสัมภาษณ์ของอาร์เตต้าหลังเกมเต็มไปด้วยความผิดหวังแต่ยังแฝงด้วยความมุ่งมั่น เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “เราควรชนะ เรามีโอกาสมากพอที่จะปิดเกมนี้ตั้งแต่ครึ่งแรกด้วยซ้ำ แต่เมื่อคุณทำประตูไม่ได้ ฟุตบอลก็ลงโทษคุณเสมอ” คำพูดนี้สะท้อนภาพรวมของการแข่งขันได้อย่างชัดเจน เพราะอาร์เซน่อลเล่นได้ดีกว่าในแทบทุกจังหวะ ยกเว้นจุดเดียวที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นดังที่ต้องการ นั่นคือการส่งบอลเข้าประตู ตั้งแต่นาทีแรกของเกม อาร์เซน่อลเริ่มต้นด้วยฟอร์มที่มั่นใจตามสไตล์ของทีมที่กำลังไล่ล่าตำแหน่งจ่าฝูง พวกเขาเปิดเกมรุกใส่ซันเดอร์แลนด์อยู่ฝ่ายเดียว แบ็กทั้งสองข้างเติมเกมสูง ปีกซ้ายขวาตัดเข้าในเพื่อทำลายแนวรับคู่แข่ง ขณะที่โอเดการ์ดและไค ฮาแวร์ตซ์ ช่วยกันขับเคลื่อนเกมแดนกลางได้อย่างยอดเยี่ยม การออกบอลของไอ้ปืนใหญ่เป็นไปอย่างไหลลื่นและมีระเบียบ สร้างความหนักใจให้แนวรับของซันเดอร์แลนด์อย่างมากตั้งแต่ช่วงต้นเกม ความกดดันที่ถาโถมอย่างต่อเนื่องทำให้โอกาสเกิดขึ้นอย่างไม่ขาดสาย ในระหว่าง 20 นาทีแรก อาร์เซน่อลมีโอกาสยิงมากกว่าห้าครั้ง ทั้งลูกยิงไกลของโอเดการ์ด จังหวะหลุดเดี่ยวของกาเบรียล เชซุส และลูกโหม่งของซาก้า แต่ทุกจังหวะกลับไม่ได้ประตู